[Fiction]Harry Potter :My sweet lover Part.2

posted on 13 Dec 2007 02:13 by jp-dark-knight  in Fiction

Title: My sweet lover  part.2
Author: JP Category: Romance Comedy Drama เอาให้หมดเหอๆ
Pairing: DM/HP,OW/RW
Rating: NC-17 น่าจะนะ

Disclaimer: เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และตัวละครจาก ในเรื่อง เป็นสิทธิสมบัติของ เจ เค โรวลิ่ง, วอร์เนอร์ บราส์, บลูมส์บิวรี่, นานมี, etc.
Summary: อ่านเอาเองดีกว่าเนอะ
Author notes: สวัสดีค่า สมาชิกใหม่แต่กระแสYไหลเวียนในกระแสโลหิตมาตั้งแต่เริ่มอ่านหนังสือออก (เวอร์ไปเปล่าหว่า) ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับฟิคเรื่องแรกด้วยนะคะเป็นยังไงก็ช่วยคอมเม้นต์ไว้เป็นกำลังใจต่อข้าน้อยด้วยเน้อ(เอ๊ะรึจะเป็นการตัดกำลังใจ)จะพยายามพัฒนาค่า ใครจะเป็นรุกจะเป็นรับอยู่ที่ผู้เขียนเป็นผู้ตัดสิน(แหงละ)อิอิดูๆไปก่อนเน้อถ้าใครงงว่าตกลงใครเป็นรุกรับกันแน่งะอิอิ

----------------------------------------------------------------------------------------

rep# 1

     ตอนเย็นในห้องโถงของฮอกวอตส์ยังคงคลาคล่ำไปด้วยเด็กนักเรียนของทุกชั้นปี เสียงพูดคุยหยอกล้อและเสียงภาชนะกระทบกันดังอยู่เป็นระยะ สร้างความครื้นเครงให้บริเวณนั้นได้ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นก็มีร่างหนึ่งไม่สนใจกับสิ่งต่างๆรอบตัวนอกจากอาหารตรงหน้า เขาลงมือกินทุกอย่างที่ส่งขึ้นมาบนโต๊ะอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันจะหายไปภายใน 30วินาทีหลังจากที่ปรากฏขึ้นมา

“โอ้ แฮรี่ นี่เธอไปตายอดตายอยากมาจากไหนเนี่ย”เฮอร์ไมโอนี่อ้าปากหวอแบบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามใส่เด็กหนุ่มผมแดงข้างๆเมื่อเจ้าตัวไม่มีทีท่าจะตอบ รอนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงสายตาคมกริบของเฮอร์ไมโอนี่

“ก็เมื่อเช้านี้ หมอนี่นะสิดันปรุงยาที่เสนปสั่งจากยารักษาสิวกลายเป็นยาสิวระเบิด ปาราวตีสิวเห่อขึ้นเต็มหน้าเลย ก็เลยถูกเสนปลงโทษกักบริเวณให้ช่วยทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้เนี่ย”

“งั้นเขาก็ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันนะสิ”เด็กสาวทำตาลุกวาวอย่างไม่พอใจ

“เอ่อ อันที่จริงน่าจะเรียกว่าตลอดทั้งวันนะ เมื่อเช้าชั้นเห็นแฮรี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย เพราะกลัวจะเข้าเรียนวิชาแปลงร่างสายน่ะ”เชมัสที่นั่งฟังอยู่นานกล่าวเสริม

เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองแฮรี่ด้วยแววตาสงสาร ผิดกับรอนที่คราวนี้ไม่ค่อยสนใจกับสิ่งต่างๆมากนักเพราะมัวแต่กังวลและประหม่ากับสายตาอันร้อนแรงที่วู้ดส่งมาให้เป็นระยะๆ เด็กหนุ่มผมแดงพยายามหลบสายตาแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก วู้ดยังคงส่งสายตาวาววับอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนเด็กน้อยเจอกับลูกกวาดที่แสนน่ากินอยู่ตรงหน้า สุดท้ายรอนต้องเป็นฝ่ายลุกหนีออกไปโดยที่ยังไม่ได้แตะต้องอาหารเลย

แฮรี่เหลือบมองรอนเล็กน้อยก่อนที่จะดื่มน้ำฟักทองอึกสุดท้าย แล้วลุกขึ้นตามรอนไป(งี้สิถึงจะเรียกว่ารักเพื่อนจริง:คนอ่าน แน่ใจเหรอหุหุ:JP)
ทางเดินในปราสาทในเวลาเช่นนี้ไม่ค่อยมีใครเดินผ่านมามากนัก เพราะเด็กนักเรียนส่วนใหญ่จะยังคงสาละวนอยู่กับอาหารเย็นหลากหลายบนโต๊ะ แฮรี่พยายามมองหารอนตามระเบียงทางเดินที่เริ่มสลัว เขาเดินหาจนหมดความพยายาม เด็กหนุ่มหมุนตัวกลับและตั้งใจเดินตรงไปยังหอนอนขณะที่เกือบจะถึงหน้าห้องกริฟฟินดอร์อยู่แล้ว พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“อ…อย่าครับรุ่นพี่ไม่เอานะ”เสียงเล็กคุ้นหูที่กำลังสั่นสะท้านดังขึ้นตรงมุมหนึ่งของทางเดินใกล้ๆกับประตูกริฟฟินดอร์(คาดว่ารอนจะเกือบหนีเข้าห้องทัน เกือบนะ)ร่างเล็กในอ้อมกอดของคีปเปอร์หนุ่มทีมกริฟฟินดอร์สั่นระริกจากรสจูบของอิกฝ่าย มือระหงพยายามยันร่างกำยำตรงหน้าอย่างเต็มที่แต่ดูเหมือนเป็นการเชิญชวนที่แสนจะเย้ายวนซะมากกว่า วู้ดพยายามซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนของรอนบรรจงจูบและเล็มเหมือนเด็กหนุ่มเป็นน้ำผึ้งอันหอมหวานน่าลิ้มลอง จนรอนเริ่มอ่อนระทวยให้ชายหนุ่มตรงหน้าอิกครั้ง

[เอามันตรงนี้เลยเรอะ วู้ดนี่ร้ายใช่เล่นนะเนี่ย จะช่วยดีมัยเนี่ย]แฮรี่นึกขำในใจ อันที่จริงเขาแค่จะมาถามรอนเฉยๆว่าเมื่อเช้าโดนวู้ดว่าอะไรรึเปล่าเรื่องการกระทำของตนเอง และเขาก็ไม่ใช่พวกชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านสักเท่าไหร่ด้วยสิ

[รอนสมควรที่จะเป็นผู้ใหญ่ซักทีแล้วนะ]แฮรี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะหันกายกลับไปยังหอพักกริฟฟินดอร์(เฮ้อ…เสียงคนอ่านถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เจ้ารี่ไม่ไปขัดจังหวะ) แต่แล้วผู้ที่อยู่ตรงหน้าห่างไปไม่กี่สิบเมตรกลับทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในท้องขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาวเนียน เดินอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้ามีเสน่ห์เหยียดยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะชักสีหน้าเป็นเย้ยหยันทันทีที่เหลือบเห็นคนตรงหน้า

“ไง พอตเตอร์ ได้ยินว่าโดนลงโทษจนหิวโซเลยเหรอ น่าสงสารจังเลยนะ”มีแต่เด็กปัญญาอ่อนเท่านั้นนะแหละที่จะดูไม่ออกว่านั่นเป็นคำสมน้ำหน้ามากกว่าจะเห็นใจ เพราะรอยยิ้มของคนพูดไม่ได้มีความเป็นมิตรเลย

“โทษทีนะมัลฟอย ชั้นไม่มีอารมณ์จะทะเลาะกับนายตอนนี้”แฮรี่พยายามเดินเบี่ยงหลบไปอีกทางแต่ถูกร่างสูงในเสื้อคลุมสีเขียวเข้มขวางเอาไว้ก่อนจะชักสีหน้าที่เยาะเย้ยกว่าเก่า

 

rep# 2

“อะไรกัน หนุ่มน้อยผู้รอดชีวิต ผู้ที่คิดต่อกรกับลอดร์มืดกลัวชั้นซะแล้วเหรอ”

เจ้าของผมสีบรอนด์ซีดยังไม่ลดละ [อะไรของมันเนี่ยไม่ได้หาเรื่องเราซักวันจะนอนไม่หลับรึงไงวะ] แฮรี่สบถในใจอย่างเหลืออด นี่ถ้าเป็นวันอื่นเขาของจะต่อปากต่อคำเอาให้เจ็บแสบไปแล้ว แต่ถ้าทำอย่างนั้นมีหวังถึงเอาหมาสามหัวมาฉุด มัลฟอยก็คงไม่ยอมไปจากตรงนี้แน่ๆ ซึ่งแฮรี่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย เขานึกสภาพไม่ออกถ้าเจ้าจอมถากถางนี่เจอกับรอนและวู้ดเข้าจะเป็นยังไง เขาพยายามเค้นวิธีที่จะเอาเจ้าเฟอเร็ทนี่ไปให้ไกลๆจากตรงนี้จนมันเริ่มแสดงออกทางสีหน้า ซึ่งอะไรก็ตามที่แสดงถึงอาการผิดปกติของแฮรี่ไม่เคยรอดพ้นสายตาของเด็กหนุ่มแห่งบ้านสลิธีรินไปได้เลย

“เฮ้นายมีอะไรกับด้านหลังของนายเหรอ”มัลฟอยเอี้ยวตัวมองไปทางด้านหลังของแฮรี่เมื่อสังเกตว่าเขาดูระแวดระวังและกระสับกระส่ายผิดปกติ

“หืม นั่นใครนะ ดูเหมือนจะเป็น…”มัลฟอยทำตาหรี่แบบใช้ความคิด แฮรี่รู้สึกเหมือนเด็กที่ใกล้จะโดนจับได้ว่าทำความผิด ด้วยความลนลานเด็กหนุ่มรีบคว้าขอมืออิกฝ่ายลากกลับไปอีกทาง

“นายทำอะรของนายน่ะ พอตเตอร์!! ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะไอ้หัวบาก”ร่างสูงโปร่งโวยวาย นัยต์ตาฉายแววรังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ชั้นก็ไม่ได้อยากถูกเนื้อต้องตัวนายสักเท่าไร่หรอก มัลฟอย!!”

“งั้นก็ปล่อยสิโว้ย!!”

ด้วยความที่ทั้งคู่มีร่างกายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันการฉุดกระชากลากถูจึงเป็นไปยากมาก

“เอา มือ สกปรก ของ นาย ออก ไป พอตเตอร์!!”มัลฟอยกระแทกเสียงทีละคำและสะบัดมือออกมาจากพันธนาการก่อนจะหันขวับไปทางที่รอนกับวู้ดอยู่

“ต้องมีอะไรแน่ๆหึนายเสร็จแน่แฮ ร อุ๊บ!!”

นัยต์ตาสีเทาซีดถลึงขึ้นมองใบหน้าของแฮรี่ที่บัดนี้อยู่ใกล้จนริมฝีปากประกบกันอย่างเหมาะเจาะ ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนมัลฟอยรู้สึกถึงอุณหภูมิของผู้ที่โอบร่างของเขาไว้ลมหายใจอุ่นๆปะทะกันอย่างช่วยไม่ได้

[ให้ตายสิ หมอนี่มันสูงกว่าเราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน น่าเจ็บใจชะมัด]นัยต์ตาสีเขียวมรกตมีแววขุ่นมัวเล็กๆ เมื่อรู้สึกว่าเขาต้องแหงนหน้าขึ้นจูบอีกฝ่ายเล็กน้อย

“ผัวะ!!”

“โอ๊ย!!”

มัลฟอยหอบหายใจแรงด้วยความเดือดดาล แก้มขาวเนียนเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห คิ้มสีน้ำตาลอ่อนขมวดเข้าหากันอย่างเต็มที่ มือเรียวยาวยังคงกำแน่นเตรียมพร้อม สายตาคมกริบมองจิกไปที่ร่างที่ยืนกุมมุมปาก สีหน้าเจ็บปวดตรงหน้า

“ไอ้พอตเตอร์ งี่เง่า!! ไอ้วิปริต!! ไอ้…”

“ให้ตายสิแฮรี่ นายเป็นอะไรมากรึเปล่า!!”รอนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพยุงแฮรี่ไว้สีหน้าตื่นตระหนก แต่ริมฝีปากที่แดงระเรื่อจากการจูบอย่างดุเดือดของวู้ดมันจางหายง่ายๆเสียเมื่อไหร่ล่ะ รอนพยายามเม้มปากไม่ให้ใครสังเกตเห็น

“มัลฟอย นายมาทำอะไรแถวนี้ นี่มันเขตของกริฟฟินดอร์นะ”วู้ดเดินเข้ามาสมทบ เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามเว้นจังหวะการเข้าหา เพื่อไม่ให้มัลฟอยรู้ว่าเขาอยู่กับรอน

“ชั้นก็ไม่อยากมาเหยียบแถวนี้นักหรอกนะ โอลิเวอร์ อ้อ วีสลีย์”มัลฟอยไม่ลืมที่จะเน้นชื่อของรอนด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ดูถูกเหมือนเคยก่อนจะหันไปส่งสายตาอาฆาตแค้นใส่แฮรี่ แล้วรีบพาร่างสูงกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปแบบไม่หันกลับมองมาสักนิ๊ด

[เฮ้อ ถึงจะเป็นวิธีทีบ้าดีเดือดสักหน่อย แต่ก็ไล่เจ้าขี้เก๊กนั่นได้เหมือนกันแฮะ]แฮรี่ยิ้มอย่างผู้มีชัย

“พวกนายไปนอนได้แล้วล่ะ อ้อ แฮรี่ พรุ่งนี้มีซ้อมควิชดิช ครั้งใหญ่นะ”วู้ดพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆที่โดนขัดจังหวะก่อนจะหันหลังกลับเข้าหอกริฟฟินดอร์ แต่ไม่วายส่งสายตา(หื่นๆ)ให้รอนก่อนไป จนรอนก้มหน้างุดๆหน้าแดงแป้ดไปจนถึงใบหู

[อุตส่าช่วย แต่ท่าทางวู้ดจะโกรธเราอีกแล้วแฮะ พรุ่งนี้เจอศึกหนักแน่เลยเรา]แฮรี่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ


rep# 3

     วันนี้อากาศไม่น่าพิสมัยนัก ทั้งลมที่พัดกระหน่ำจนนกฮูกไม่สามารถมาส่งเมลล์ในตอนเช้าได้ แถมหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่ไม่ว่าสภาพอากาศแบบไหนก็ไม่เคยเป็นอุปสรรคในการซ้อมควิชดิชของโอลิเวอร์ วู้ด ทีมกริฟฟินดอร์จึงมีลูกทีมมารอซ้อมอย่างพร้อมเพรียง เพราะรู้นิสัยของหัวหน้าทีมดี (ในขณะที่ทีมเรเวนคลอที่มีตารางซ้อมก่อนทยอยกันกลับทันทีที่เห็นสภาพอากาศ) เว้นแต่ว่ามีผู้คุมวิญญาณลอยไปมาในสนามเท่านั้นนะแหละถึงจะหยุดวู้ดได้

“วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ”วู้ดเริ่มอารัมภบท

[ก็มีแต่นายนะและที่คิดอย่างนั้น]ลูกทีมทุกคนทำสีหน้าทีตีความหมายแบบเดียวกัน วู้ดยังคงตั้งหน้าตั้งตาอธิบายแผนการเล่นที่ยาวเป็หางว่าวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แฮรี่นั่งเหม่อมองไปทั่วสนามควิชดิชด้วยความรู้สึกแสนเบื่อหน่าย พลันนัยต์ตาสีมรกตก็ลุกวาวสดใสขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นคุณชายแห่งบ้านสลิธีรินเดินจ้ำพรวดผ่านสนามไป(ท่าทางจะหันมาเห็นแฮรี่แล้วอะดิ) เด็กหนุ่มผมดำยุ่งเหยิงยิ้มยิงฟันขาวก่อนจะกระโดดขึ้นไม้กวาด ถีบตัวไปยังศัตรูตลอดกาลของเขา

“ไงมัลฟอย มาดูชั้นซ้อมควิชดิชเหรอ แหมดีใจจัง”แฮรี่พยายามยิ้มแบบยียวนกวนประสาทให้มากที่สุด นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาหาเรื่องเจ้าคุณหนูขี้เก๊กนี่ก่อน ได้ผลเจ้าของผิวขาวซีดหันขวับมาถลึงสายตาขบเขี้ยวใส่เขาทันที

“ถ้านายจะพอมีตา และยังไม่บอดซะก่อน นายก็คงจะเห็นว่าชั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่อยู่ในรัศมีที่จะสามารถมองเห็นหน้างี่เง่าของนายได้ พอตเตอร์!!”มัลฟอยเค้นเสียงออกมาให้ดูน่ากลัวที่สุดเท่าที่ทำได้ ก่อนจะหันหลังกลับตั้งหน้าตั้งตาเดินไปที่ประตูทางออกอย่างที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่ครั้งแรก
แต่แฮรี่ผู้ซึ่งได้ลิ้มรสชาติของความสุขที่ได้แกล้งคนอื่นครั้งแรก มีหรือจะปล่อยให้ความสนุกลอยหายไปง่ายๆ(ให้มันได้อย่างนี้สิลูกพ่อ:เจมส์)แฮรี่รีบลงจากไม้กวาดตรงไปรวบข้อมือของอิกฝ่ายไว้แน่นก่อนที่จะเลิกคิ้วและยิ้มอย่างยียวน

“ทำอะรของแกเนี่ย!! ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ แค่ชั้นต้องทนสูดอากาศเดียวกับแก ชั้นก็สะอิดสะอียนเต็มทีแล้วนะโว้ย!!”

[ให้ตายสิหมอนี่มันกินกรรไกรเป็นอาหารรึไงกันถึงได้ด่าเหน็บแนมได้เจ็บแสบขนาดนี้ ไม่จบง่ายๆแน่มัลฟอย]

“รังเกียจชั้นมากเลยใช่มั้ยมัลฟอย”แฮรี่ทำตาลุกวาวขณะที่ค่อยๆขยับหน้าเข้ามาใกล้อย่างตั้งใจ มัลฟอยทำหน้านิ่ง นิ่งเสียจนแฮรี่เองเริ่มนึกหวัน ก่อนที่ร่างสูงตรงหน้าจะฉีกยิ้มหวานจับใจให้จนแฮรี่หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

“วี้ด…ผลั่ก!!”เสียงอะไรบางอย่างลอยแหวกอากาศตรงมากระแทกที่หลังของแฮรี่อย่างเต็มเปา ร่างสูงล้มตึงสีหน้าแสดงอาการเจ็บปวดก่อนที่สติจะเลือนหายไปนั้น เขาเห็นมัลฟอยยืนยิ้มเยาะเย้ยเขามือขวาโบกไม้กายสิทธ์ไปมาโดยมีลูกบรัดเจอร์วนเวียนอยู่รอบๆตัวของเขา

[แสบนักนะ]นั่นคือความคิดสุดท้ายก่อนที่แฮรี่จะหมดสติไป





    เอาละสิเหอะๆเริ่มงงกันแล้วรึยังว่าใครเป็นเคะเป็นเสะ
หุหุอ่านๆไปก่อนเน้อ คนเขียนก็ยังไม่รู้เหมือนกัน(อ้าว…)
ตอนนี้เป็นตอนที่2แล้วเดี๋ยวเราจะเปิดโหวตสำหรับใครที่ต้องการ
ให้แฮรี่ของเราเป็นเคะรึเสะ อุ อุ เอาเข้าไป
จะพยายามปั่นตอนต่อไปมาลงพรุ่งนี้อีกค่าช่วยเม้นต์กันหน่อยน้า


edit @ 13 Dec 2007 02:46:03 by DaRk DeViL

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

*ไม่ค่อยอ่านฟิกเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เหอๆ*

*ง่วงๆ *-*

มาเม้นาท์เผื่อตามไปแอดบลอคเราคืนนะเจพีคุง 55

#1 By 【いくみ】 on 2007-12-13 23:13

อ่านแล้วก็ดี มีฝีมือดี ฝึกฝนไปด้วย เดี๋ยวก็ไปไกลเองแหละ จะคอยอ่านแล้วกัน

#2 By ลิงปีศาจ (58.136.60.225) on 2007-12-13 23:19

ก่อนอื่นขอบคุณที่ไปเม้นนะคะ
หนุกดีคะ ^^ พยายามต่อไปเรื่อยๆ นะงับ
แต่สงสัยนิดนึงคะ > เคะรึเสะ < เสะนี่คืออะไรหรอคะแบบว่า -*- ถามไรงี่เง่ารึป่าวเนี่ยเรา cry double wink

#3 By * BanaNee on 2007-12-13 23:35

เคะคือฝ่ายรับ
ส่วนเสะนี่รุกเจ้าค่ะ
คงมะถามอีกนะตัวว่ารับคือไรรุกคือไรงะ
question cry

#4 By Jp-DaRk DeViL on 2007-12-14 00:01